Username Password
-- Register
Forgot password---


เมอร์เซเดสโทรฟี่

ความสำคัญ
การแข่งขันเมอร์เซเดสโทรฟี่ เป็นการแข่งขันกอล์ฟประจำปีที่จัดขึ้นเพื่อสร้างสัมพันธ์ระหว่างลูกค้ารถยนต์
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ชื่นชอบกีฬากอล์ฟ ซึ่งในแต่ละปีจะมีการจัดการแข่งขัน อินวิเทชั่นทัวร์นาเมนท์จำนวนกว่า 540 ทัวร์นาเมนท์ทั่วโลก เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์กับลูกค้าจำนวนมากกว่า 53,000 คน

ในการแข่งขันระดับแรกที่เรียกว่า อินวิเทชั่นทัวร์นาเมนท์ จะจัดขึ้นในแต่ละประเทศ เพื่อให้ได้ผู้ชนะและเข้าสู่การแข่งขันระดับประเทศและภูมิภาคต่อไป ส่วนการแข่งขันในระดับเวิล์ดซีรี่ย์ หรือระดับโลกนั้นจะมีขึ้นในช่วงเดือนกันยายนของทุกปีที่เมือง สตุทการ์ด ประเทศเยอรมนี ด้วยเหตุผลที่ว่าสตุทการ์ด คือ “เมืองต้นกำเนิดของ
เมอร์เซเดส-เบนซ์” โดยผู้ชนะในระดับประเทศและระดับภูมิภาคจะได้เป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันระดับโลก และได้ร่วมชิงชัยกับนักกอล์ฟจากทั่วโลกกว่า 40 ประเทศ

ประวัติความเป็นมา

ในปี ค.ศ. 1989 บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ Mercedes-Benz ได้จัดการแข่งขันกอล์ฟขึ้นเพื่อชิงถ้วย Mercedes Challenge Cup โดยการแข่งขันในครั้งนั้นถูกจัดขึ้นสำหรับนักกอล์ฟสมัครเล่นในประเทศ และได้รับการรับรองโดย the German Golfing Association (DGV) ต่อมาในปีค.ศ. 1991 การแข่งขันได้ถูกเปลี่ยนชื่อมาเป็น MercedesTrophy และตั้งแต่นั้นมาการแข่งขันรายการนี้ได้ถูกจัดขึ้นโดยสำนักงานใหญ่ของบริษัท
เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด

ข้อมูลและสถิติ
จุดเริ่มต้นของเมอร์เซเดสโทรฟี่
ในปี ค.ศ. 1989 บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ Mercedes-Benz ได้จัดการแข่งขันกอล์ฟที่ในขณะนั้นมีชื่อว่า Mercedes Wanderpokal (challenge cup) เป็นการแข่งขันระดับประเทศและได้รับการรับรองโดย German Golf Association (DGV). และ 13 ปีต่อมา ในปี1991 โครงสร้างและชื่อของการแข่งขันได้ถูกเปลี่ยนเป็น MercedesTrophy การแข่งขันที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อสานสัมพันธ์ให้กับลูกค้าและเพื่อนของผู้ใช้รถยนต์
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ต่อมาการแข่งขันรายการนี้ได้ขยายวงออกไปกว้างขึ้น โดยได้ถูกจัดขึ้นในทุกทวีปทั่วโลก นักกอล์ฟจำนวนกว่า 53,000 คนได้เข้าร่วมการแข่งขันเพื่อโอกาสที่จะได้ร่วมเล่นในรอบ World Final ที่จัดขึ้นเป็นประจำ ณ เมือง สตุทการ์ด ประเทศเยอรมนี

โครงสร้างของการแข่งขันเมอร์เซเดสโทรฟี่
การแข่งขันแบ่งออกเป็น 3 รอบ:

รอบที่1          การแข่งขันแบบอินวิเทชั่น ทัวร์นาเมนท์ จัดขึ้นภายในแต่ละประเทศ โดยตัวแทน                    เมอร์เซเดส-เบนซ์ของแต่ละประเทศจะรับผิดชอบการเชิญลูกค้าที่ให้ความสนใจเข้าร่วมการแข่งขัน
รอบที่ 2         ระดับประเทศ / ภูมิภาค
รอบที่ 3         ระดับโลก (เวิร์ลไฟนอล)

ขั้นตอนการคัดเลือกผู้ชนะ เพื่อเข้าสู้การแข่งขันระดับโลก
การแข่งขันมีแฮนดิแคปอยู่ 3 ระดับ ( A,B,C) ใช้เกณฑ์เดียวกันทั่วโลกจาก เมอร์เซเดสโทรฟี่ โดยผู้ชนะในระดับประเทศหรือภูมิภาคและผ่านเกณฑ์จะได้เข้าสู่การแข่งขันระดับโลก โดยผู้แข่งขันที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันระดับโลกไปแล้วนั้น จะไม่สามารถเข้าลงแข่งขันในระดับประเทศหรือภูมิภาคได้อีกเว้นแต่การเข้าร่วมการแข่งขันครั้งสุดท้ายไปแล้วเกิน 3 ปี

สมาชิกในทีม
ตั้งแต่ปี 2001 เป็นต้นมาจำนวนผู้ร่วมแข่งขันในแต่ละทีมจะมีเพียง 3 ท่านเท่านั้น ด้วยเหตุที่ว่าจำนวนของประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขันมีมากขึ้นจึงจำเป็นต้องลดขนาดทีมจาก 4 ท่านเหลือ 3 ท่านเพื่อให้สะดวกในการแข่งขันมากขึ้น และในแต่ละทีมการแข่งขันจะมีกัปตันทีม 1 ท่านจากบริษัท เดมเลอร์ไครสเลอร์ เพื่อนำทีมในการแข่งขันระดับโลก

เมอร์เซเดสโทรฟี่ในภายภาคหน้า
การจัดทัวร์นาเมนท์ประเภทต่างๆ ในระดับโลกนั้นเป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่ง จึงเป็นไปได้ที่เมอร์เซเดสโทรฟี่จะจัดขึ้นในรูปแบบอื่นๆ แต่จะยังคงรักษาระดับคุณภาพของการแข่งขันให้ได้มาตรฐานเฉกเช่นที่เคยเป็นมา

กฎกติกา
สำหรับประเทศไทยนั้น จะใช้การคิดคะแนนระบบ stable ford ตลอดทั้งทัวร์นาเมนท์ ซึ่งผู้เล่นจะต้องเล่นจนจบหลุม โดยจะคัดเลือกนักกอล์ฟผู้มีคะแนนสูงสุด 5 ท่านจากแต่ละไฟล์ท เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ และผู้ชนะจากแต่ละไฟล์ทจากรอบชิงชนะเลิศจะเป็นตัวแทนจากประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันในรอบ
Asian Final ที่ประเทศออสเตรเลีย

ผู้ชนะเลิศ และรองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 ของแต่ละไฟล์ทจะได้รับถ้วยรางวัล นอกจากนั้นยังมีรางวัล
Hole in one ในหลุมพาร์ 3 รางวัลตีไกลในหลุมพาร์ 3 รางวัลอื่นๆในหลุมต่างๆ รางวัลจับสลาก และรางวัล
แจ็กพอตอีกมากมาย     

การแข่งขัน MercedesTrophy จะจำแนกผู้เล่นออกเป็น 4 คลาส คือ
Men:
Class A, Handicap 0 - 12
Class B, Handicap 13 - 20
Class C, Handicap 21 - 24

Ladies:
Class D, Handicap 0 - 24

โครงสร้างของทีมในการแข่งขันระดับโลก

ผู้ร่วมแข่งขัน 3 ท่านและกัปตันทีม 1 ท่านจากบริษัท โดยแต่ละทีมสามารถเป็นได้ทั้ง 3 net winners หรือ 2 net winners plus one gross winner:

3 net winners:                                   1 gross winner and 2 net winners:

1st Class A (to – 13)                           1st gross
1st Class B (-13.1 to – 24)                   1st Class A (to – 13)                                    
1st Class C (-24.1 to – 36)                   1st Class B (more than – 13.1)

Sponsor Link